ชั่วครั้งและชั่วคราว

posted on 12 Jul 2010 12:46 by lovepeenan
คนเราจะมีการสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ ...
และมีการสูญเสียความคุ้นเคย ในบางอย่างเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย...

ซึ่งมันคือหลักฐานในการยืนยันว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตเป็นแค่สิ่งชั่วคราว..
สุดท้ายแล้ว...ไม่มีอะไรตั้งมั่นอยู่ได้อย่างถาวร...

แต่ถึงแม้จะรู้ว่าโลกนี้ไม่มีสิ่งถาวร
เรายังกลัวจะเสียบางความคุ้นเคยไป

ขณะเดียวกันมีบางความคุ้นเคย หล่นหายโดยไม่รู้ตัว...
เนื่องจากเรายึดความคุ้นเคยแต่ละชนิด ด้วยการถือมั่นไม่เท่ากัน...

แต่ละคนมีวิธีจัดการเรื่องชั่วคราวที่อยู่ในชีวิตได้ไม่เหมือนกัน
มีทั้งคนที่จัดการได้ดีและคนที่จัดการอะไรไม่ได้เลย

บางเรื่อง (ชั่วคราว) ที่สูญหายไปทำให้คนเราพ่ายแพ้อย่างยาวนาน...
มนุษย์ไม่ควรรู้สึกพ่ายแพ้ติดต่อกันนาน ๆ ...

และการรูสึกแพ้นั้นเราจะรู้สึกเกินกว่าสถานการณ์จริงเสมอ
แพ้แค่ 3 ก็อาจรู้สึกว่าแพ้ถึง 10

ชีวิตคือการเดินทางผ่านเรื่องชั่วคราวจำนวนมาก
และสุดท้ายชีวิตของเราแต่ละคนก็เป็นเรื่องชั่วคราว...

ถ้าเราตระหนักให้รู้ชัด ๆ ว่ามันชั่วคราว..
ความทุกข์ในใจก็จะลดน้อยลงทันตาเห็น

แต่อย่างว่า...เราตระหนักกันไม่ได้...
เพราะไม่ยอมเรียนรู้ถึงความชั่วคราวในชีวิตอย่างจริงจั

แทบทุกวันเราจึงเอาเป็นเอาตายกับเรื่องต่าง ๆ
ราวกับเรื่องเหล่านั้นคือความคงทนถาวรที่จะดำรงอยู่ตลอดไป

ที่บอกว่า "เอาเป็นเอาตาย" ไม่ได้เกินความเป็นจริงเลย...
เด็ก ๆ เอาเป็นเอาตายกับการเรียนพิเศษ...
ผู้ใหญ่เอาเป็นเอาตายกับการทำงาน...
ผู้ชายเอาเป็นเอาตายกับความใคร่...
ผู้หญิงเอาเป็นเอาตายกับความรัก...
บางเวลารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

และกำลังเป็นอยู่ ในชีวิตคนเราล้วนเพ้อไปทั้งนั้น...
ถ้าหยุดเพ้อลงบ้างก็ดี..การเกลียดใคร หรือรักใคร ก็เป็นการเพ้อ...
ทั้งความรักและความเกลียดไม่ใช่สิ่งถาวร...มันเพิ่มขึ้น...ลดลง...สูญหายได้

การเข้าไปยึดถือ และแบกเอาไว้ ทำให้ชีวิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น...

อยู่อย่างเบา ๆ สบายตัวดีกว่า...โปรดสังเกตเวลาที่เราโกรธหรือเกลียดใค

ความไม่สบายใจ...ความขุ่นข้องใจ...ความหนักใจก็จะเกิดขึ้นในทันที...


ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต(จั่นเจา)

ห่างหายไปนาน

posted on 12 Jul 2010 12:43 by lovepeenan

ไม่ค่อยได้อัพเดทเรื่องราวสักเท่าไหร่

เพราะมีแต่เรื่องเดิม ๆ ไม่ค่อยมีอะไรให้ตื่นเต้น^^

หลังจากนี้ ก็คงจะแวะมาอัพบ้างแต่ก็คงไม่บ่อย....

 

ฉันโดนรถชน!!!

posted on 26 Nov 2009 11:55 by lovepeenan

26  November 2009

วันนี้ตอนเช้าฉันแต่งตัวเสร็จ ก็ขับมอไซต์ออกไปทำงานตามปกติ

พอไปถึงไฟแดงหน้าสี่แยกโรงเรียนสตรีภูเก็ต ยังเป็นไฟเขียวรถทางตรงอยู่

ที่ทำงานของฉันต้องเลี้ยวไปทางฝั่ง ร.ร. แต่ตอนนั้นรถทางตรงติดมาก

เคลื่อนตัวไม่ได้ ตำรวจจราจร ที่ยืนอยู่ เลยโบกให้รถทางตรงหยุดเว้นช่องว่าง

ให้รถรอเลี้ยวไปได้ โดยที่ไฟเขียวทางตรงก็ยังติดอยู่ ...ฉันไปถึงพอดี

ตำรวจโบกมือให้เลี้ยวได้....โครมมมมม!!!!!!! เสียงรถมอไซต์สองคัน

ปะทะกัน หรือเรียกว่าชนกันแหละ กลางสี่แยกเลย ....ต่อหน้าต่อตา ตำรวจสองนาย

เด็กนักเรียนผู้ชายคนนั้นขับมาโดยที่ไม่รู้ว่าตำรวจโบกให้รถทางตรงหยุด

เพื่อให้รถเลี้ยวไปได้ เนื่องจากทางที่เขามายังเป็นไฟเขียวอยู่นั่นเอง....

จุดที่ตำรวจยืนโบกรถ ก็มีรถยนต์บังอยู่พอดี ทำให้น้องเค้ามองไม่เห็นตำรวจ

เลยชนกันกับฉันเข้าอย่างจัง....ตำรวจช่วยยกรถให้ฉัน แล้วฉันก็ไปพัก

อยู่ข้างป้อมตำรวจริมถนน หันมาอีกที น้องผู้ชายที่ชนฉันเค้าก็ขับรถไปแล้วววว..

ตำรวจคนที่ยืนที่ป้อม ถามตำรวจคนที่โบกรถให้ฉันไปว่าจะเอาไง....

เค้าตอบว่า "คู่กรณีไปแล้ว  น้องก็ไปทำแผลที่ รพ.แล้วก็เบิก พรบ.เอาก็ล่ะกันนะ"

ฉันกำลังตกใจและจุก พูดอะไรไม่ออก แถมตำรวจแม่งงงง ไม่ทำไรเลยแบบนี้

ทั้ง ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้ฉันโดนรถชนด้วยซ้ำ....ฉันก็เลยฝืนขับรถออกมา

ไปที่ทำงาน ...โดยไม่ได้พูดอะไรกับตำรวจสักคำ เพราะเค้าไม่ทำอะไรเลย!!!

ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ก็คิดซะว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน ที่ไม่เจ็บมาก

แค่ฟกช้ำดำเขียวที่เข่า และเป็นแผลนิดหน่อยที่ นิ้วเท้า...แต่ตกใจมาก ๆ เลยงานนี้

รถก็บังโคลนแตก และรอยถลอกที่ปีก ที่เข้าเกียร์ด้านหน้างอ

คอรถเบี้ยวอีกนิดหน่อย หลังเลิกงานตอนเย็นเลยเอาไปให้ที่ร้านเค้าทำให้

โชคดีร้านนั้นเจ้าของร้านใจดี เค้าทำให้โดยไม่คิดค่าแรง ต้องขอบคุณมาก ๆ เลยค๊าบบบ

และก็แวะไปซื้อยา แกปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ มากินด้วย เพราะมันคงระบมแน่ ๆ คืนนี้

วันซวยของฉันแท้ ๆ เลยวันนี้ พอขับรถอีก ก็เริ่มระแวงตลอดเวลา

ก่อนหน้านี้ฉันก็ขับรถระวังตลอดเลยนะ แต่วันนี้คงเพราะไว้ใจตำรวจมากไปหน่อย

คิดว่าตำรวจโบกให้เลยมั่นใจ  และก็ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง...

ยังไง ก็ระวังกันหน่อยแล้วกันนะสำหรับคนที่ขับรถโดยเฉพาะตอนที่ตำรวจยืนโบกให้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "อย่าไว้ใจตำรวจ เด็ดขาด".................